Love, Me

Love, Me

Love, Me

I read a note my Grandma wrote back in 1923
Grandpa kept it in his coat, and he showed it once to me
He said, "Boy, you might not understand, but a long, long time ago,
Grandma's daddy didn't like me none, but I love your Grandma so.

We had this crazy plan to meet and run away together
Get married in the first town we came to and live forever
But nailed to the tree where we were supposed to meet instead
I found this letter, and this is what it said :

"If you get there before I do
Don't give up on me
I'll meet you when my chores are through
I don't know how long I'll be

But I'm not gonna let you down
Darling wait and see
And between now and then
Til I see you again

I'll be loving you
Love, Me."

I read those words just hours before my Grandma passed away
In the doorway of the church where me and Grandpa stopped to pray
I know I've never seen him cry in all my fifteen years
But as he said these words to her, his eyes fill up with tears

"If you get there before I do
Don't give up on me
I'll meet you when my chores are through
I don't know how long I'll be

But I'm not gonna let you down
Darling wait and see
And between now and then
Til I see you again

I'll be loving you
Love, Me."

Love, Me แต่งคำร้องและทำนองโดย Colline Raye หลายๆ คนฟังบทเพลงนี้แล้ว อดน้ำตาไหลไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่เคยมีคนรักและเขาได้จากไป บทเพลงนี้ลึกซึ้ง มากกว่าความรักของหนุ่มสาวธรรมดา แต่เป็นความรักที่ชายหญิงคู่หนึ่งมีให้กันตั้งแต่หนุ่มสาวจนถึงแก่เฒ่าและอยู่ด้วยกันจนในวาระสุดท้ายของชีวิต บทเพลงได้เล่าเรื่องผ่านการรับรู้ของหลานชาย ซึ่งเป็นทายาทของทั้งสองคน เริ่มจากการที่เขาได้อ่านจดหมายที่คุณย่าของเขาได้เขียนไว้ให้กับคุณปู่ ในจุดนัดพบที่พวกเขาทั้งสองนัดมาเจอกันเพื่อหนีจากครอบครัวฝ่ายหญิงที่ไม่ชอบฝ่ายชายและไปตั้งต้นชีวิตกันใหม่ แต่คุณปู่กลับไม่เจอคุณย่า พบแต่จดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนข้อความไว้ว่า  

"If you get there before I do
Don't give up on me
I'll meet you when my chores are through
I don't know how long I'll be

But I'm not gonna let you down
Darling wait and see
And between now and then
Til I see you again

I'll be loving you
Love, Me."

จดหมายเขียนว่า "หากเธอไปถึงที่นั่นก่อนฉัน ได้โปรดอย่าล้มเลิกความรักที่ฉันมีให้กับเธอ ฉันจะติดตามเธอไปตราบจนสิ้นลมหายใจของฉัน แต่ฉันไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ที่เราจะได้พบกัน โปรดอย่าท้อแท้ใจ ขอให้รอคอยฉัน และในระยะเวลาที่เรารอคอยเพื่อพบกันนั้น เธอยังคงอยู่ในใจฉันเสมอและตลอดไป "รัก" จาก ฉัน หลังจากวันนั้น ทั้งคู่ก็สามารถทำความฝันของทั้งสองได้สำเร็จ แต่งงานกัน มีครอบครัว มีลูกหลาน จนในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตคุณย่า คุณปู่ได้กระซิบเบาๆที่ข้างหูคุณย่า ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ว่า...............

"If you get there before I do
Don't give up on me
I'll meet you when my chores are through
I don't know how long I'll be

But I'm not gonna let you down
Darling wait and see
And between now and then
Til I see you again

I'll be loving you
Love, Me."

     

 

ประวัติ Collin Raye

Collin Raye  เกิดในวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ.1959  ได้มีผลงานเพลงครั้งแรกในนามของ Collin Raye ในปี 1991 โดยการออกอัลบั้ม All I Can be โดยในอัลบั้มชุดนี้ เพลง “ Love, me” ซึ่งได้แต่งเพลงร่วมกับ Skip Ewing ได้ติดอันดับหนึ่งใน Chart เพลงในปี 1992 ถึง 3 สัปดาห์ และได้รับการเสนอชื่อเป็น a Song of the Year nomination from Country Music Association  อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกในสี่อัลบั้มที่ได้รับรางวัล RIAA Platinum Certification ใน สหรัฐอเมริการ โดยมียอดขายมากว่า 1 ล้านชุด  ในตลอดทศวรรษ Collin ได้ทำงานเพลงที่ติดอันดับท็อปเทนอย่างต่อเนื่องใน Country Music Charts.

อัลบั้มชุดที่สองของเขาชื่อ “In the Life” ออกจำหน่ายในปี 1992 ซึ่งผลงานเพลงในอัลบั้มชุดนี้ไม่ด้ติดอันดับใน Country Billboard Chart แต่ไปติดอับดับใน Hot Adult Contemporary Track Charts. ในปลายปี 1992 Raye ได้มีผลงานทางละครทีวี โดยเป็นซีรีส์ละครเรื่อง “ Street Justice” โดยมีการนำลทเพลง “In This Live” มาไว้ในละครเรื่องนี้ทำให้ เพลงนี้ขึ้นอับดับ Top Ten Country Hits และมียอดขายสูงกว่า 1 ล้านแผ่น

ในปี 1993 อัลบัมชุด “ Extremes” ได้รับการกล่าวขวัญด้านดีจากนักวิจารณ์ว่ามีเนื้อหาที่ช่วยเหลือสภาพสังคมที่ดีขึ้น โดยเนื้อหาในบทเพลงเชิงสร้างสรรค์สังคมนี้ อยู่ในเพลงลำดับที่สอง “Little Rock” เป็นเรื่องราวของการช่วยเหลือผู้ติดแอลกอฮอลก์ โดยบทเพลงนี้ได้ถูกนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ของกลุ่ม AI-Anon ซึ่งเป็นองค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศสำหรับคนในครอบครัวและคนทั่วไปที่ประสบปัญหาติดแอลกอฮอลก์. “Extremes” ได้ติดอันดับ 5 ใน Country Charts รวมถึงเพลง อันดับ1 ของ Raye “My Kind of Girl” ในปี 1994 และอัลบั้มชุดนี้ก็เป็นชุดที่ 3 ที่มียอดขายมากกว่า 1 ล้านแผ่นอีกครั้ง

“I Think About You” เป็นอัลบั้มในปี 1995 โดยมีผลงานเพลง 6 เพลงใหม่ และเป็นอัลบั้มชุดที่ 4 ที่มียอดขายมากว่า 1 ล้านแผ่น นับด้ว่า Raye ประสบความสำเร็จในการออกอัลบัมและสามารถทำยอดขายมากว่า 1 ล้านแผ่นได้อย่างต่อเนื่อง ติดต่อกันถึง 4 อัลบั้ม  และอัลบัมชุดนี้ก็ประสบความสำเร็จในการทำอับดับเช่นเดียวกัน และมิวสิควีดีโอของเขาได้รับรางวัลเป็นมิวสิควีดีโอแห่งปี โดย Academy of Country Music.

ในปี 1996 Raye ได้ออกอัลบั้ม “Christmas : The Gift” และในปีถัดมามีการรวบรวมผลงานเพลงที่โดเด่นของเขาไว้ในอัลบั้มชื่อ “The Best of Collin Raye : Direct Hit”  ซึ่งได้รวมงานเพลงที่ติดอันดับของเขาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยอัลบั้มชุดนี้สามารถทำยอดขายได้ถึง 500,000 แผ่นในอเมริกา

“The Walls Came Down” เป็นอัลบั้มชุดที่ 5 ในปี 1998 และเพลงได้ติดอันดับคือเพลง “I Can Still Feel You” , “ Someone You Used to Know” และ The Radney Foster-penned “Anyone Else” ได้เป็นเพลงติดอันดับท็อปไฟว์ อย่างไรก็ตาม “Start Over Georgia” เพลงในลำดับที่ 4 ของอัลบั้มชุดนี้ ติดอันดับที่ 39 . “Counting Sheep” เป็นอัลบั้มชุดพิเศษ ที่ทำให้กับเด็ก โดยออกวางจำหน่ายในปี 2000

ในปี 2001 ได้มีการออกอัลบั้มชุดที่ 6 “Tracks” โดยมีเนื้อเพลงที่เป็นบทพูดครั้งแรกใน “Couldn’t Last a Moment” ติดอับดับ ท็อปไฟว์ ใน Country Charts. “Tired of Loving This Way” เป็นการร้องคู่กับนักร้องหญิง Bobbie Eakes

“Can’t Break Down” เป็นอัลบั้มชุดล่าสุดในปี 2001 ซึ่งสามารถทำอันดับได้เพียง อันดับ 40 ใน Country Music Chart . และเกิดปัญหากับค่ายเพลงของเขา จึงได้ยกเลิกสัญญากับทางสังกัดในปีนั้น และถึงแม้ว่าเขายังไม่ได้สังกัดกับทางค่ายเพลงไหน แต่เขาก็มีผลงานเพลงร่วมกับ Jim Brickman “Peace (Where the Hearth Is)” ซึ่งติดอับดับใน Contemporary Charts ถึง 3 ครั้งในปี 2003. ปี 2004 ได้มีการออกอัลบั้มการแสดงสดของ Raye คือ “ Live at Billy Bob’s Texasซึ่งมีการโปรโมทเพลง “World History 101” ที่จะออกจำหน่ายในปี 2005

ปัจจุบัน Rays ได้ออกอัลบั้มชุด “Twenty Years and Change” มีเพลงใหม่สองเพลงและแม้จะไม่ได้ดังติดอันดับใดๆ ในปีเดียวกัน ได้ออกรายการทีวีเพื่อการโฆษณาสำหรับ Fruite of the Loom Underwear โดยได้ร้องเพลงจิงเกิ้ล  “You Can’t Over-Love Your Underwear”  และในปี 2006 ก็ได้มีการออกอัลบั้ม Fearless

ปี 2007 ได้มีการรวบรวมผลงานเพลง โดยใช้ชื่อชุด “Power in Your”  โดยเพลงในชุดนี้ประกอบด้วย “That’s My Story”  Little Rock  “ I Think About You” และ  “Love , Me” และมีเพลงใหม่ในอัลบั้มนี้ 2 เพลงด้วยกันคือ “ A Soldier’s Prayer” และ  “Quitters”

 

Musical Stylings

 เสียงของ Collin Raye อยู่ในโทนสูง นุ่มทุ้ม และอบอุ่น ทุกคนรู้จักว่าการร้องของเขาเป็น Country Pop Ballad  เนื่องจากจากผลงานเพลง “Love, Me” และเพลง “In This Life” (กลายเป็นเพลงยอดนิยมในงานแต่งงานในยุค 1990) . อย่างไรก็ดีเขาก็สามารถแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการร้องเพลงของเขาที่แตกต่างไปเช่น ในงานเพลง “Couldn’t Last a Moment” หรือเพลงที่มีจังหวะเร็ว “That’s My story” และเพลง “ I Want You Bad (And That Ain’t Good)”

Raye เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีกับการทำงานเพลงเพื่อสังคม โดยสะท้อนจากผลงานเพลงของเขา เช่นเพลง  “The Little Rock” ที่มุ่งช่วยเหลือผู้ติดแอลกอฮอลก์  ซึ่งกลุ่ม AI-Anon ได้นำเพลงนี้ไปประชาสัมพันธ์ รวมถึงเพลง “What If Jesus Comes Back Like That” อยู่ในอัลบั้ม “ I Think About You” เป็นเพลง Ballad ที่มีพลัง ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการกลับคืนมาของพระเจ้า(ตัวแทนแห่งความดี)ในยุคปัจจุบัน 

และเพลง “The Eleventh Commandment” ซึ่งเป็นเพลงจาก “The Walls Came Down” ซึ่งกล่าวถึงเด็กที่ถูกทารุณข่มขืน และต้องได้รับการช่วยเหลือ นั้นในมิวสิควีดีโอนี้ได้แสดงเบอร์โทรศัพท์ ของ Hotline Childhelp USA ไว้ในบทเพลงด้วย.

 

 

References

  1. ^ Sources conflict. Although multiple online sources all indicate Raye's date of birth as 1959, an article in the November 1998 issue of Country America states 1960 as his date of birth, as does Raye's official MySpace. Furthermore, a 2004 Deseret News article (cited in this article) inidicates the singer as having turned 44 that year.
  2. ^ a b c d e f g h i j k l Huey, Steve. "allmusic ((( Collin Raye > Biography)))". All Music Guide. Retrieved on 2007-11-02.
  3. ^ a b c d e f g h "Collin Raye Biography". MusicianGuide.com. Retrieved on 2007-11-02.
  4. ^ a b "Collin Raye: Biography". CMT.com. Retrieved on 2007-11-02.
  5. ^ "Street Justice: Country Justice". TV.com. Retrieved on 2007-11-02.
  6. ^ a b c "Collin Raye Biography". Oldies.com. Retrieved on 2007-11-02.
  7. ^ Taylor, Jim (2003-05-09). "Collin Raye Homecoming Concert Slated for June 20 in DeQueen". Arkansas Media Room. Retrieved on 2007-11-02.
  8. ^ a b "Raye Makes A Difference". CMT.com (1998-09-11). Retrieved on 2007-11-02.
  9. ^ a b "Collin Raye Makes "Tracks" to Turn Over a New Leaf". CMT.com (2000-05-08). Retrieved on 2007-11-02.

ความคิดเห็น

  1. 131
    betty
    betty eudora@gmail.com 21/09/2010 08:43
    wallets for men quilted black leather with gleaming louis vuitton which is why they are so expensive chanel handbags handbag is for a dressy occasion or louis vuitton quality very soft and supple The cheap louis vuitton replica that the approach could appeal to replica handbags offers the same casual versatility imitation louis vuitton handbags louis vuitton replica louis vuitton travelling.
  2. 132
    เอ๋ อ่อนนุช

    ฟังเพลงนี้ที่ไร ตื่นตันในใจอย่างบอกไม่ถูก อิจฉาคุณปู่และคุณย่าคู่นี้มากๆเลยค่ะ
    รักแท้ ที่หาได้ยากในยุคนี้ที่จะอยู่กันจนตายจากกันไปข้างนึงอะค่ะ

  3. 133
    nop
    nop 23/01/2009 22:49
    {color=blue}ได้ไปอ่านเจอเว็บบล็อคของน้องแอมแปร์ที่ได้แปลเพลงนี้ไว้ได้ดีมากๆ เลยเอามาให้อ่านกันเพิ่มเติมนะครับ{/color}

    เพลง รัก,จาก ฉัน

    I read a note my Grandma wrote back in 1923
    ผมได้อ่านข้อความที่ย่าของผมได้เขียนไว้เมื่อปี 1923

    Grandpa kept it in his coat, and he showed it once to me
    ปู่ได้เก็บกระดาษโน้ตข้อความนี้ไว้ในเสื้อโค้ตของท่าน และเคยโชว์ให้ผมดูครั้งหนึ่ง

    He said, "Boy, you might not understand, but a long, long time ago,
    ปู่บอกว่า หลานเอ๊ย เจ้าอาจจะไม่เข้าใจ แต่ว่านานมาแล้ว

    Grandma's daddy didn't like me none, but I love your Grandma so.
    พ่อของย่าเจ้า ไม่ชอบปู่เลย แต่ปู่รักย่าของเจ้ามาก ๆ

    We had this crazy plan to meet and run away together
    เราทั้งสองจึงวางแผนนัดพบและจะหนีไปด้วยกัน

    Get married in the first town we came to and live forever
    แต่งงานที่เมืองที่แรกที่เราไปถึงและครองคู่ตลอดไป

    But nailed to the tree where we were supposed to meet instead
    แต่แล้วกลับมีกระดาษโน้ตนี้ตอกติดอยู่ที่ต้นไม้แทน

    I found this letter, and this is what it said :
    ปู่พบว่ามันคือจดหมายและข้อความข้างในเขียนว่าอย่างนี้:

    "If you get there before I do
    "ถ้าคุณไปถึงที่นั่น(ก็คือเมืองแรกที่เขาพูดถึง)ก่อนฉัน

    Don't give up on me
    จงอย่าเพิ่งหมดหวังในตัวฉัน

    I'll meet you when my chores are through
    ฉันจะไปพบคุณเมื่อภาระของฉันเสร็จสิ้น

    I don't know how long I'll be
    ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะอีกนานแค่ไหน

    But I'm not gonna let you down
    แต่ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง
    Darling wait and see
    ที่รัก จงรอดูกันต่อไป

    And between now and then
    และระหว่างนี้

    Til I see you again
    จนกว่าที่ฉันจะได้พบคุณอีกครั้ง

    I'll be loving you
    ฉันจะยังรักคุณ

    Love
    รัก,

    , Me."
    จาก ฉัน"

    I read those words just hours before my Grandma passed away
    ผมอ่านคำเหล่านี้ได้ครู่เดียวก่อนที่ย่าของผมจะเสียชีวิต

    In the doorway of the church where me and Grandpa stopped to pray
    ตรงทางเดินของโบสต์ที่ซึ่งผมและปู่หยุดเพื่อสวดภาวนา

    I know I've never seen him cry in all my fifteen years
    ผมรับรู้แค่ว่าผมไม่ไม่เคยเห็นปู่ร้องไห้เลย ตลอด 15 ปีในชีวิตของผม

    But as he said these words to her, his eyes fill up with tears
    แต่เมื่อท่านพูดคำเหล่านี้ให้กับย่า ในตาของท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำตา

    "If you get there before I do
    "ถ้าคุณไปถึงที่นั่น(ที่นั่นของปู่ หมายถึง ย่าไปสวรรค์)ก่อนฉัน

    Don't give up on me
    จงอย่าเพิ่งหมดหวังในตัวฉัน

    I'll meet you when my chores are through
    ฉันจะไปพบคุณเมื่อภาระของฉันเสร็จสิ้น

    I don't know how long I'll be
    ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะอีกนานแค่ไหน

    But I'm not gonna let you down
    แต่ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

    Darling wait and see
    ที่รัก จงรอดูกันต่อไป

    And between now and then
    และระหว่างนี้

    Til I see you again
    จนกว่าที่ฉันจะได้พบคุณอีกครั้ง


    I'll be loving you
    ฉันจะยังรักคุณ

    Love
    รัก,

    ,Me."
    จาก ฉัน"

    ที่มา : {url}http://www.imeem.com/pranitee/blogs/2008/11/08/kQsVQ0gG/love_me{/url}
  4. 134
    Tao
    Tao 04/08/2008 09:58
    Thanks,so sweet. I love this song {icon1}
[Back]   1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13 14

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*